MODERN FURNITURE จากความหรูหราสู่ความเรียบง่าย

ใน Design Icons

 

Versailles Palace ( Chateau de Versailles )

Source by Shutterstock

ในอดีตกาล เราอาจจะได้เห็นเฟอร์นิเจอร์ที่เต็มไปด้วยความหรูหรา สีทองอร่ามตาและรายละเอียด     ซับซ้อนที่ชวนให้ตาแตก ของศิลปะแบบคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็นยุคบาโรก (Baroque), โรโคโค (Rococo) หรือวิกตอเรียน (Victorian) ซึ่งเน้นความอลังการและการประดับตกแต่งอย่างพิถีพิถัน แล้วเคยสงสัยกันหรือไม่ว่า เฟอร์นิเจอร์โมเดิร์นมีจุดเริ่มต้นมาจากที่ใหน? ทำไมความหรูหราจึงถูก ลดทอนส่งต่อกันมาเป็นความเรียบง่าย เฉกเช่นในยุคปัจจุบัน จุดเปลี่ยนคืออะไร                            เรามาหาคำตอบไปด้วยกัน

โดย Illustrator T. Allom, Engraver J. Tingle - History of the cotton manufacture in Great Britain by Sir Edward Baines,, สาธารณสมบัติ, https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=9430141

 

ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม เปลี่ยนโลก!!

เมื่อโลกเข้าสู่ ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ และวัสดุสมัยใหม่ เช่น เหล็ก, อะลูมิเนียม, กระจก และพลาสติก ทำให้แนวคิดเรื่องการออกแบบเริ่มเปลี่ยนไป ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับการใช้งานจริง (Function) มากกว่าความฟุ่มเฟือย

 

หลักการออกแบบสไตล์โมเดิร์น หัวใจสำคัญของแนวคิดนี้คืออะไร?

“Form Follows Function” เมื่อการใช้งานเป็นสิ่งที่คำนึงมากกว่าแค่การออกแบบ
 ซึ่งหมายความว่า รูปทรง (Form) ของเฟอร์นิเจอร์ควรออกแบบให้สอดคล้องกับหน้าที่การใช้งาน (Function) มากกว่าความงามเชิงศิลป์เพียงอย่างเดียว

แนวคิดนี้ถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มนักออกแบบและสถาปนิกชาวยุโรป และอันที่จริงแล้วขบวนการจุดเริ่มต้นของสไตล์โมเดิร์น ไม่ได้มีแค่ Bauhaus นะ!!

ถ้าอยากอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับโรงเรียนศิลปะ Bauhaus สามารถอ่านต่อได้ที่นี่ https://bit.ly/3CGveoO

เพราะนอกจาก Bauhaus ที่มักได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดแล้ว ยังมีขบวนการอื่นๆ ที่ร่วมกันผลักดันแนวคิดโมเดิร์นในช่วงเวลาเดียวกัน อาทิเช่น

 

กลุ่ม De Stijl ในประเทศเนเธอร์แลนด์

De Stijl (เดอ สไตล์) คือขบวนการศิลปะและออกแบบจากเนเธอร์แลนด์ ก่อตั้งขึ้นราวปี 1917 โดยมีเป้าหมายในการสร้าง “ความเป็นระเบียบสูงสุด” ผ่านรูปทรงพื้นฐาน (สี่เหลี่ยมจัตุรัส, เส้นตรง) และ สีหลัก (แดง เหลือง น้ำเงิน + ขาว ดำ เทา) หนึ่งในผู้ก่อตั้งที่โด่งดังคือ Piet Mondrian (ศิลปิน) และ Gerrit Rietveld (นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์) โดยงานของ De Stijl มีอิทธิพลต่อการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ สถาปัตยกรรม และกราฟิกยุคโมเดิร์นอย่างมาก

 Composition with Red, Blue and Yellow by Piet Mondrian

Source by https://edition.cnn.com/style/article/piet-mondrian-composition-auction-intl-scli

Red and blue chair by Gerrit Rietveld

 

กลุ่ม Russian Constructivism ในประเทศรัสเซีย 

Russian Constructivism คือขบวนการศิลปะและการออกแบบที่เกิดขึ้นในรัสเซียหลังการปฏิวัติรัสเซียปี 1917 รัฐบาลใหม่ (พรรคบอลเชวิค) ต้องการสร้าง “สังคมนิยมใหม่”ศิลปินจึงหันมา สนับสนุนอุดมการณ์ของรัฐอย่างเปิดเผย มีเป้าหมายคือ เกิดมาเพื่อสื่อสารใช้ศิลปะเปลี่ยนโครงสร้างสังคมใหม่ ไม่ใช่แค่เพื่อความงาม เน้นรูปทรงเรขาคณิต เส้นเฉียง โครงสร้างโลหะ และองค์ประกอบแบบอุตสาหกรรมส่งผลต่อ โปสเตอร์ โฆษณา สถาปัตยกรรม และเฟอร์นิเจอร์ ในยุคนั้น

Agitation and Propaganda: The Soviet Political Poster 1918–1929

Source by https://www.artsy.net/article/artsy-editorial-constructivism-brought-russian-revolution-art

 

Gustav Klutsis Oppressed Peoples of the Whole World, 1924

 

จากตัวอย่างกลุ่มขบวนการที่กล่าวมาข้างต้น จริงๆยังมีกลุ่มอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถาปนิกในฝรั่งเศส หรือ อเมริกา ที่ต่างก็ตอบสนองต่อยุคสมัยด้วยแนวทางใหม่ของตนเอง 

จากขบวนการศิลปะเหล่านี้ เราจะเห็นได้ว่า “เฟอร์นิเจอร์โมเดิร์น” ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงทางความคิด วัสดุ เทคโนโลยี และสังคมในยุคนั้น มันคือการปฏิวัติความงามจาก “ความหรูหรา” สู่ “ความเรียบง่ายที่มีเหตุผล” ที่ยังคงส่งอิทธิพลมาจนถึงปัจจุบัน

เฟอร์นิเจอร์โมเดิร์นจึงไม่ได้เป็นเพียงของตกแต่งบ้าน แต่คือภาพสะท้อนของแนวคิดที่ให้คุณค่ากับความจริงแท้ของวัสดุ ความซื่อสัตย์ของโครงสร้าง และฟังก์ชันที่ตอบสนองต่อชีวิตจริงของผู้คนในยุคอุตสาหกรรม แนวคิดที่แม้จะถือกำเนิดมากว่าร้อยปี แต่ยังคงร่วมสมัยอย่างน่าทึ่ง

และบางที “ความหรูหรา” ในยุคนี้ อาจไม่ใช่การมีของประดับมากมายอีกต่อไป แต่คือความหรูหราในความเรียบง่าย ที่ทำให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและมีความหมาย นี่แหละคือหัวใจแท้จริงของ Modern Furniture